ชวนเปิดกระเป๋าแอร์ ฯ เวลา On duty ลากกระเป๋าไปบิน ข้างในมีอะไรบ้าง มาดูกัน

 

 00

วันนี้แอร์แขกชวนมาเปิดกระเป๋าลูกเรือกัน!  ว่าในทุกๆ ครั้งที่เหล่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทำหน้าที่ Operate ไฟลท์บินต่างๆ ในหนึ่งไฟลท์นั้น  

– เราจะต้องลากกระเป๋าไปบินทั้งหมดกี่ใบ ?

– และในกระเป๋าข้างในนั้นจะต้องพกพาอะไรไว้บ้าง ?

 

ขอเล่าถึงสายการบินบ้านหลังแรก  กับชุดเซตกระเป๋าของลูกเรือ  “สายการบิน Oman Air”  (มีโอกาสถ่ายเก็บไว้ก่อนจะต้องเอากระเป๋าไปคืน ช่วงก่อนลาออกนั่นเอง   เพราะตอนมา Join สายการบินให้กระเป๋าฟรี  แต่ตอนที่ลาออกเราก็ต้องนำกระเป๋ากลับไปคืนให้บริษัทเช่นกัน)   

สิ่งเหล่านี้เป็นสวัสดิการที่บริษัท มีข้อกำหนดว่า ลูกเรือทุกคนจะ “ต้องใช้กระเป๋าเดินทางที่เหมือนกัน”   ( Oman Air ใช้แบรนด์ Samsonite ส่วน Qatar Airways ใช้แบรนด์ Diesel ค่ะ )   คำถามแรกที่เกิดขึ้นว่าทำไมจะต้องใช้กระเป๋าให้เหมือนกัน?   เพราะบางครั้งสายการบินอื่นๆ เช่น สายการบินสิงค์โปร์  ลูกเรือมีสิทธิ์ที่จะสามารถใช้กระเป๋าของตัวเองได้  คนหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางมีแบรนด์ หรือ อีกคนจะลากกระเป๋าโนแบรนด์ก็ไม่มีใครห้าม

คำตอบสำหรับ เหตุผลหลักๆ เลย คือ  การที่ลูกเรือใช้กระเป๋าเดินทางที่เป็น Pattern เดียวกันทั้งหมด   คือเพราะจะเป็นการช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของสายการบินที่ดี   ซึ่งมันจะดูสวยงามไม่ใช่น้อยเลย  หากเวลาที่เหล่าลูกเรือรวมตัวกันหลายคน และเดินลากกระเป๋าเหมือนๆกัน  ไปตามสนามบินต่างๆ ทั่วโลก

 


 

 0

แล้วกระเป๋าแต่ละใบคืออะไรล่ะ ??

1.Hand Carry Bag กระเป๋าสะพายใบเล็ก ไว้ใส่ของใช้ส่วนตัวจุกจิก เช่น สมุดบันทึก กระเป๋าตังค์

2.Trolley กระเป๋าลาก ไว้ใส่อุปกรณ์สำหรับการบิน รองเท้าทำงานส้นเตี้ย  ผ้ากันเปื้อน

2.1กระเป๋าอีกใบเล็ก ติดกับ Trolley  จะเอาไปใช้ทำงานหรือไม่ก็ได้  ในกรณีที่ลูกเรือบางคนของเยอะ   เช่น  มีชุด Business Attire , Spare Uniform , Winter Coat   หรือบางครั้งเอาไว้สำหรับขน Grocery  จากไทย (เพราะกระเป๋าใบใหญ่ใส่ไม่พอ !  ไม่พอยังไง เดี๋ยวไปดูกัน)

3. Suitcase กระเป๋าเดินทางใบใหญ่

 

** กระเป๋าที่ต้องใช้ในทุกๆไฟลท์ที่ไปบิน  คือ 1. Hand Carry Bag 2. Trolley

และถ้าเราแบ่งประเภทไฟลท์บินหลักได้ 2 แบบ คือ

 1.Turn Around Flight คือ บินไป- กลับ  ใช้แค่กระเป๋า Trolley   

 2.Layover Flight คือ ไฟลท์ค้างคืน ใช้กระเป๋า Trolley และ Suitcase

เอาล้า .. มาเปิดกระเป๋ากัน มาเปิดกระเป๋ากัน..  เริ่มจาก

 


✈ Hand Carry Bag

1

  • หลักแล้วๆ เราจะต้องพกพาสปอร์ต ,บัตรพนักงาน,ใบอนุญาตการบิน กุญแจบ้าน กระเป๋าตังค์ (ขาดไม่ได้เลย) ส่วนที่เหลือ แล้วแต่กำลังแขนในการจะสะพายกระเป๋าขึ้นเครื่องเล้ยยย
  • อย่างฝนชอบเขียนบันทึก สมุดเขียนก็จะเยอะแยะ จุ๊กจิ๊กไปหมด (หนังสือสวดมนต์ก็มีนะเออ  5555 )
  • Hand Cream ก็ขาดไม่ได้ เพราะบนเครื่องอากาศแห้งมาก แถมยังต้องใช้มือหยิบจับของตลอด  ทั้งเล็บและมือ เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ
  • แว่นสายตา และแว่นกันแดด สายการบินอนุญาตให้ใส่แว่นกันแดดในยูนิฟอร์มได้ค่ะ  เพราะอย่าลืมว่า เมืองทะเลทรายในตะวันออกกลางนอกจากจะร้อนแห้งแล้ว  ฝุ่นยังเยอะอีกด้วย!
  • น้ำหอมและโลชั่น
  • พาวเวอร์แบงค์ และหูฟัง
  • ปากกาเรียงกันเป็นตับ แต่ละแท่งมีนามสกุลเป็นชื่อโรงแรมทั้งหมด ทั้ง Sheraton , Marriot , Pullman  , Mercure , Holiday Inn   มีความโรคจิตหน่อยๆที่เวลาไปพักค้างคืนโรงแรมไหนๆ ลูกเรือจะต้องหยิบปากกา! (ซึ่งปากกาของสายการบินก็มีให้นะ  แต่เราชอบแบบนี้อ่ะค่ะ 555  เป็นอันต้องหยิบติดไม้ติดมือมาตลอด)   เก็บเอาไว้ ให้ผู้โดยสารบนไฟลท์เวลาเขียน ใบ ตม. ค่ะ

 

ต่อด้วย กระเป๋าเครื่องสำอาง (ลืมได้ไง!) 

2

  • สำหรับลูกเรือบางคนอาจพกมาเป็นกระเป๋าใบขนาดกลางเลยเพราะของเยอะ (ซึ่งเวลาลืมกระเป๋าเครื่องสำอางค์หรือทำหายบนเครื่องนี่ .. น้ำตาไหล)   แต่สำหรับฝนพกไปแค่ ลิปสติก  ยาทาเล็บกับกระดาษซับมันนะ   เพราะเป็นคนไม่เติมแป้งที่หน้าระหว่างวัน   มันให้รู้สึกเหมือนหน้าไม่ค่อยสะอาด เน้นเติมปากตลอดก็พอแล้วค่ะ
  • ส่วนเวลาที่ต้องบินไฟลท์ยาวๆ อย่างออสเตรเลีย หรือ อเมริกาใต้ อันนี้จะพกมาร์กหน้าเพิ่มเติม (บินไฟลท์ยาวๆ มี Rest ให้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง นอนพักบน Bulk ด้วยน้า) และแป้งตลับซึ่งเอาไว้เติมระหว่างวัน บินไฟลท์ยาวๆ 13 กว่าชั่วโมง  จะปล่อยให้หน้า Oily + Plain ก็สงสารผู้โดยสารเนอะ
  • ยิบย่อย ก็จะมียาดมหรือวิกซ์ (ใช้ดีนักแล เวลาบินแถบ India Sector  หึหึ..)
  • ชุดตัดเย็บขนาดเล็ก ที่ขัดรองเท้า
  • ป้ายชื่อ

 


 

 ✈ Trolley

4

5

  • ใบนี้เป็นพวกอุปกรณ์ทำงานระหว่างไฟลท์ทั้งหมด Mandatory สิ่งที่จำเป็นในทุกๆ ไฟลท์บินเลยคือ   รองเท้าส้นเตี้ย (Cabin Shoes) , ยูนิฟอร์มผ้ากันเปื้อน (Apron)   และถุงมือกันความร้อน สำหรับโหลดอาหาร
  • สเปรย์ฉีดรองเท้า เจลทาผม วิตามินละลายน้ำ
  • ถุงน้ำร้อนขนาดเล็ก

5-1

  • อุปกรณ์สายชาร์ตต่างๆ
  • เครื่องดื่มร้อน อย่างโจ๊ก , ซุปผง หรือ เครื่องดื่มชงสำเร็จรูป ไอเทมพวกนี้ ติดมากกกก  เอาไว้ชงกินเล่นเวลาบินไฟลท์ยาวๆ แก้เบื่อค่ะ ดีตรงที่เป็นการ Minimize การดื่มชาและกาแฟไปในตัวเลย

 


 

 Suitcase

6

  • สุดท้ายที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เซตในรูปคือแพคกระเป๋าสำหรับการเดินทางไปประเทศแถบหน้าหนาว เช่น ยุโรป  เสื้อโค้ท และ รองเท้าบู๊ท  ของพวกนี้คือไอเทมที่กินเนื้อที่กระเป๋าสุดๆ  ยิ่งถ้า Operate ไฟลท์บินไปยังประเทศแถบสแกนดิเนเวีย (ซึ่งอากาศหนาวหูหลุดแทบทั้งปี ) 80 เปอร์เซนต์ของกระเป๋า จึงเป็นเสื้อผ้าค่ะ!   ไหนจะชุดลองจอร์น  เสื้อคาดิแกน สเวตเตอร์  ที่ปิดหู ถุงมือ ถุงเท้า  .. ให้ความรู้สึกเหมือนแบกตู้เสื้อผ้าไปบินด้วยยังไงยังงั้น =w=
  • แต่เมื่อใดที่ได้สเกทไฟลท์บินไปประเทศฝั่งเอเชีย ต้องบอกเลยว่า แพคกระเป๋า แพคเสื้อผ้าสนุกสนานเลย  (ไป Out Station  จะแต่งตัวขาสั้น เสื้อกล้ามยังไงก็ได้! ไม่มีใครว่า   เเต่หากใส่เดินเล่นอยู่เมืองแขก ตำรวจมีจับ!)  ไฟลท์ฝั่ง Asia , Far East จึงเน้นพวกรองเท้าแตะและขาสั้นค่ะ

แต่หากไปประเทศที่หนาว (เเต่ไม่มาก) อย่าง จีนหรือญี่ปุ่น เกาหลี  ก็จะพกแค่แจคเกต   เติมความอบอุ่นให้ร่างกายแทน

 

** ทุกครั้งที่เรารู้ไฟลท์บินล่วงหน้า จากตารางบิน Roster ทุกเดือนๆ  การบินในแต่ละไฟลท์ การจัดเสื้อผ้าไปบินให้เหมาะสมกับประเทศที่ไปจึงเป็นเรื่องง่าย   แต่ถ้าหาก Duty เรา คือ Airport Standby ล่ะ !!  (ซึ่งจะต้องลากกระเป๋าไปที่ออฟฟิซ แล้วนั่งรอเรียก .. จะโดนดึงไปบินที่ส่วนไหนของโลกก็ไม่รู้.. )  คำตอบคือ  เราต้องจัดเสื้อผ้าทั้ง 2 ฤดูค่ะ !!  ยัดเสื้อผ้าวนไปค่ะ

 

7

  • รองเท้า Gym , ชุดออกกำลังกาย , ชุดว่ายน้ำ  อันนี้พกตลอด   จากการสอบถามปากเปล่าจากลูกเรืออื่นๆ   ลูกเรือหลายชาติ เค้าพกรองเท้าวิ่งกันทั้งนั้น ..  อยู่ที่ว่า จะมีเวลาเหลือเฟือพอที่จะใช้ Facility จากโรงแรมหรือไม่  ขึ้นอยู่กับความชอบและการจัดสรรเวลาส่วนบุคคล    เช่น หากมีเวลาที่ได้อยู่ประเทศนั้นๆที่บินไป  16 ชม.  บางคนก็เลือกออกไปเที่ยว  เปิดหูเปิดตา บางคนมีนัดกับเพื่อน บางคนไปช้อปปิ้ง บางคนนอนอยู่แต่ในโรงแรม บางคนก็ไปออกกำลังกาย
  • Laptop
  • ปลั๊กหลายตา สำหรับใช้หลายๆประเทศ **อันนี้สำคัญมาก ขาดไม่ได้
  • หนังสือไกด์บุ๊คท่องเที่ยว
  • กระเป๋าเครื่องสำอาง เครื่องอาบน้ำ และ ชุดเช็ดล้างเครื่องสำอาง
  • กล้อง

 

13 

นอกจากนั้นแล้ว การแพคกระเป๋าไปบิน ส่วนใหญ่แล้วขาไป .. เราจะแพคให้มีเนื้อที่เหลือ สำหรับ  Grocery, และของชอปปิ้งสำหรับขากลับด้วยโดยเฉพาะ ไฟลท์จากกรุงเทพกลับเมืองทะเลทราย หรือประเทศที่ Grocery มันส์ๆ แบบญี่ปุ่น หรือฝั่งยุโรป  ที่พวกผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ถูกๆนะ .. ฮื้มมมม กระเป๋าขา Inbound ขากลับเลย “โครตหนักค่ะ”  (เรียกว่าเป็นการ Balance พื้นที่ใช้สอยในกระเป๋าใบเล็กๆ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดเนอะ)

เห็นแบบนี้แล้วไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมแอร์ถึงมีนิสัย ชอบแพคกระเป๋า  จัดเร็ว รื้อข้าวของออกเร็ว  เพราะต้องทำบ่อย รวมถึงบางครั้งที่เรามีเงื่อนไขเรื่องเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั่นเอง (ตารางเปลี่ยน 1 ชม. สุดท้ายก่อน Report Time  ทำได้ดีที่สุด คือการโยนทุกสิ่งลงกระเป๋าโลด ^^)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s