หนาวนี้ที่โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก)

0

เอนทรี่นี้หมวยจะพาเยือนเมืองหนาวโครตตต (ดูซี่ๆ หนาวจนมีไอควันเกาะหน้ากล้องกันเลยทีเดียว)   ครั้งนี้มาเล่าถึงประเทศแถบสแกนดิเนเวียกัน  กับเมือง โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก หนึ่งในประเทศในสแกนดิเนเวีย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  กับ  “Nyhavn”  เป็นภาษาเดนมาร์ก แปลว่า New Harbour ที่นี่สมัยก่อนเค้าจะใช้เป็นท่าเรือคอยขนส่งสินค้า ซึ่งถือเป็นท่าเรือที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆเลย เนื่องจากโคเปนเฮเกนเป็นเมืองติดทะเล  แต่ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่พักผ่อน ชิลเอ้าท์ของชาวเดนมาร์ก

0-1

แหล่งท่องเที่ยวที่มีสีสันที่สุดในกรุงโคเปนเฮเกน “สแกนดิเนเวีย ซิกเนอเจอร์นี่เอง” บ้านตึกสีๆสไตล์แดนิชเรียงราย เรือลำเล็กน้อยใหญ่  จอดอยู่ตามลำคลอง (รถยนต์จงหลบไป ขับเรือเข้าบ้านเท่ห์จะตายไป! 55555555555 ) เป็นบรรยากาศที่ให้มาเดินเล่นทุกวันก็ไม่มีเบื่อค่ะ (ถ้ามันไม่หนาวนะ)

1

จากที่ได้ลองสัมผัสเดนมาร์กถือเป็นหนึ่งในประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่ค่าครองชีพสูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน   ฟอร์เอกแซมปู้ ที่เราเข้าไปซื้อของกินง่ายๆใน 7-11 ซึ่งได้ของมาประมาณไม่กี่ชิ้น เช่น ครัวซอง สลัด  โยเกิร์ต  แต่โดนดูดเงินไปประมาณ 500บาทแล้ว แม้กระทั่งหรือน้ำเปล่าที่แพงมว้ากกก   แซนด์วิชง่ายๆ หรือเคบับที่ขายในเมืองก็ชิ้นละประมาณ 500 บาทแล้วค่ะ

บางมื้อที่ Save cost ได้เลยไม่ต้องแปลกใจเลยว่า เวลาที่เปิดกระเป๋า Layover ลูกเรือมาเนี่ย บางทีขนมและสเบียงมีเยอะกว่าเสื้อผ้าซะอีก! บิสกิต ชา ขนมปัง มาม่า มีครบ จะขาดก็แต่หม้อนางฟ้านี่ละ ที่ยอมแบกข้ามน้ำข้ามทะเลกันมา (ก็ใช้กาต้มน้ำจากที่โรงแรมแทนได้นะ)

3

ระแวกสองข้างทางในย่านนูฮาฟน์

ประเทศเดนมาร์กนอกจากจะสวยแล้วนั้น แถมหยิ่งอีกซะด้วย  ชั้นสวย ชั้นรวยยย แยกตัวออกมาจากยุโรป (มีสกุลเงินเป็นของตัวเองนะ ! ไม่ยอมใช้ยูโรซะด้วย  ประเทศเดนมาร์กใช้เงินสกุล Krone ค่ะ )

ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยผับ บาร์และร้านอาหาร อย่างที่เคยบอกว่าสมัยก่อนเคยใช้เป็นท่าเรือรับส่งสินค้าเข้าประเทศ  และมีลูกเรือมาเที่ยวในย่านตัวเมืองแถมยังเต็มไปด้วย กะลาสีขี้เมาและโสเภณีจำนวนมาก
แต่สมัยนี้น่ะหรออออออออออออออ
มีแต่หนุ่มสาว หล่อๆ สวยๆ เค้ามาเดินจีบกันข่ะ!

4

เดนมาร์กมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกเยอะเลย  เช่น http://thaiembassy.dk/topattractions/

– รูปปั้นนางเงือกน้อย (The Little Mermaid)

– Tivoli เป็นหนึ่งในสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก 

– ย่านนูฮาฟน์ ท่าเรือบ้านหลากสี

– Amalienborg Palace

-สวนสัตว์โคเปนเฮเกน 

แต่ Agenda บอกเล่าภาพรวมไปคร่าวๆแล้ว    ว่าเนื่องด้วยเวลาและสภาพอากาศ เอนทรี่นี้ เราพาไปเที่ยวแค่  ย่านนูฮาฟน์ ท่าเรือบ้านหลากสีเท่านั้น (เท่านี้ก็ฟินแล้วววว)

แต่อยากเม้าท์ว่าเป็นครั้งแรกที่เคยทำไฟลท์โคเปนเฮเกน  คำเดียวสั้นๆ คือ “ผู้โดยสาร (กิน)ดุมากกกก” แต่ยังไงแล้วเดสติเนชั่นนี้ ก้ยังเป็น Top Bidding อันดับต้นๆ ของสาวไทยเลย ถือเป็นไฟลท์แก่งแย่งชิงดีกันแห่งเดือน   ก็แหม.. จะไม่ให้แย่งกันได้ยังไง อย่างตัวเราเองที่บิดมามันตั้งแต่เริ่มบิน  บินมันทุกเดือนตั้ง6 เดือนแล้ว เพิ่งจะได้นี่ล่ะ!   Flight Time สั้น , Service ง่าย (เสิร์ฟแค่ Meal หลักกับ Movie Snack) โปรไฟล์ผดส.ดี ถึงแม้จะกินดุไปหน่อย    เงินค่าเบี้ยเลี้ยง   เมืองสวย  โรงแรมอยู่ใจกลางเมือง (เดือนเข้าเมืองได้เล้ยย) แล้วก็พักที่เดียวกันกับลูกเรือการบินไทยด้วยค่ะ

5

เช้านี้ก็แต่งตัวให้พร้อม มีอะไรกันหนาวได้ก็ยัดๆเข้าไป  (หนาวไม่กลัว กลัวไม่หนาวว อากาศ-3 องศาแต่ลมแรงมาก)   แล้วเดินย่ำเท้าไปตามทางเดิน จากโรงแรมเข้าสู่ตัวเมือง Old Town  ใช้เวลาประมาณ 20นาที

สไตล์บ้านเรือนก็จะประมาณที่เห็นในรูป ที่สำคัญ สะอาดมาก!  เราเดินผ่านทั้งขาไปและขากลับยังไม่เจอขยะซักชิ้นเลย   ระหว่างทางที่เดินผ่านเจ้า ส่วนสนุก Tivoli ด้วยค่ะ เป็นหนึ่งในสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

** ค่าเข้าชมคนละ 95 DKK โดยวันอาทิตย์ถึงพฤหัสบดีเปิด 11.00 – 22.00 น. วันศุกร์เปิด 11.00 – 00.30 น. และวันอาทิตย์เปิด 11.00 – 24.00 น.  **

อยากบอกว่าเก่าจริง เห็นเครื่องเล่นแล้วแอบกลัวเล็กน้อย  แต่เพื่อนๆ บอกว่า ช่วง Christmas ในเดือนที่ผ่านมา ข้างในจัดงาน Christmas Market  มีร้านค้าขายของโฮมเมด (คล้าย Otop บ้านเรา ) เครื่องเล่น และประดับประดาด้วยต้นไม้หลากสี

6

รูปปั้น ตรงหน้าพิพิธภัณฑ์

7

ซึ่งก่อนที่เราจะไปถึงย่านนูฮาฟน์  จะต้องเดินผ่านย่านตัวเมืองก่อน  สามารถเดินเท้ารอบๆได้สบายสบาย หากมีเวลาประมาณ 4-5 ชม. ก็สามารถซึบซับบรรยากาศได้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องซื้อบัตร Metro

** แนะนำว่าเดินเล่นเดินดูย่านช๊อปปิ้ง  รวมไปถึงร้านอาหารสไตล์ Asian ที่มีให้กว่า 3-4 ร้านใหญ่ๆ  (แสดงว่าคนเดนมาร์กก็ชอบทานอาหารบ้านเรานะคะ  อย่าง Noodle หรือ ข้าวนี่ เห็นคนไปต่อคิวรอซื้อกันเยอะเลย)

8

คุณลุงนั่งอ่านหนังสือ ทามกลางความหนาว แบบไม่แคร์ใคร  เป็น Shot ที่ชอบมาก เลยถ่ายเก็บเอาไว้ดูเอง

9

พร้อมกับแวะซื้อของที่ระลึก #magnethunting ตามเคย  ชิ้นละประมาณ 35krone  ประมาณ 200 บาท ของชิ้นเล็กๆ แต่มีมูลค่าทางใจสูง เราเคยไปวี๊ดว๊ายใส่ลูกเรืออินเดียว่า “โหยย ถ้าแม็กเนตชิ้นละ 300บาท เดี๊ยนก็ทุ่มซื้อนะแจ้ะ ถ้าไปเยือนประเทศนั้นครั้งแรก ”  ผล Reaction ที่ได้กลับมา คือลูกเรืออินเดีย กรอกตาบน เป้ปากกลับมาเบาๆ 55555    แต่เมื่อใดที่เราเจอคนที่ชอบสะสมแม็กเน็ตเป็นชีวิตจิตใจเหมือนกัน ! จูนติดเหมือนกัน ! แถมบ้ากว่ากัน!  คือลูกเรือสิงคโปร์ที่เคยบินไปแอฟริกาด้วยกัน  ขำในความน่ารักของนางที่ตามล่าหาแม่เหล็กไม้ง่อยๆ  อันละ 400฿ นางก็ซื้อนะ ยอมใจเลยยย

10

หลังจากเดินเล่นอยู่ในเมือง ตอนนี้ภาพตัดฉับมาถึงย่านนูฮาฟน์ เลยนะ (มือเดี๊ยนมันแข็ง ชา จนไม่มีแรงจะยกนิ้วขึ้นมาจับกล้องถ่ายรูปเล้ยย )  สำหรับระหว่างทางการเดินจาก ย่าน Old Town มาสู่ ย่านนูฮาฟน์นั้น  ใช้วิธีเปิด GPS แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหลงอยู่ดี  พอถามไถ่ทางจากคน Local โดยออกเสียง “Nyhavn”   ว่า “นะเวน” ก็เหมือนพูดกันคนละภาษาซะงั้น   ปล่อยไก่ไปตัวโต๊โต  สุดท้ายก็เพิ่งมารู้หลังจากเสิร์ท Google นี่ล่ะค่ะ ว่ามันอ่านว่า นูฮาฟน์นะคะ!!!  จำให้ขึ้นใจเลยนะจะได้ไม่ไปปล่อยไก่แบบหมวยยยย

11

ทีมในวันนี้   ออลโคเปนเฮเกนเฟริ์สทาม  ซ้ายบน มิสชามจากประเทศอินเดีย  ข้างล่างมิสจวนจากประเทศจีน

12

บนไฟลท์ช่วงว่างๆนี้ สามคนไม่ได้ทำอะไร นอกจากกินก็จับกลุ่มนั่งเม้าท์มอยผดส.  เพราะจู่ๆ เราก็เริ่มเรื่องขึ้นมาว่า  “นี่ .. จริงรึเปล่า ที่เดือนหน้า กาตาร์จะยกเลิกเที่ยวบิน โดฮา- โอซาก้าแล้วนะ เพราะไฟลท์ไม่ทำเงิน   อยากไปว้อยยย ยังไม่เคยไปเลย ”  เรื่องมันเลยยาวไปจนถึงว่า  ผดส. ยุ่นเนี๊ยะเวลาจะคอมเพลน เห็นทำหน้านิ่งๆ It’s ok บนไฟลท์ แต่หลังจากบินกลับมาเบสหลังจบไฟลท์ รีพอรท์เด้งเข้าเมลล์เลยนะจ้ะ     ต่างกับผู้โดยการประเทศลากอส ที่ถึงแม้ว่าทำให้ลูกเรือหัวเสียได้ เช่น แขะขี้ฟันใส่หน้า  ใช้เท้าเขี่ยเรียก กินดุ แต่ถึงจะเป็นแบบนี้   ไม่เคยมีลูกเรือได้คอมเพลนจากผดส. ไฟลท์นี้เลยนะ  : P

14

ย่านนูฮาฟน์ ในมุม Landscape  สำหรับการเดินทางโดย Metro คือ ให้ลงที่สถานี Kongens Nytorv 

14-2

ตอนที่ขึ้นมาจาก Metro จะเห็นห้างชื่อ Magasin อยู่ทางซ้ายมือ ทางด้านหลังขวามือจะเป็น National Theatre มองทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมีวงเวียนที่มีรูปปั้น King ของเดนมาร์กที่ทรงม้าอยู่  พอข้ามถนนเล็กๆ มาแล้วก็เดินตรง  จะเจอถนนเส้นเล็กๆ อีกเส้นนึง แล้วข้ามมาได้เลย   แล้วเตรียมใจพร้อมร้องอู้อ้าไปกับความสวยงามกับย่านนูฮาฟน์

16

ซึ่งหากถ้าเราจะเรียกว่ามันคือ Little Venice เห็นทีก็จะได้เลยทีเดียว

17

ด้วยสภาพแวดล้อมที่คล้ายๆกัน  (แต่เวนิส วุ่นวายและมีเสน่ห์ค่อนข้างเยอะกว่าเลยทีเดียว)

18

เมื่อเดินมาจนถึงสุดปลายถนน  ก่อนที่จะเลี้ยว U-turn ไปยังอีกฟาก  จะพบกับเจ้านี้เลย!!!!  กุญแจคล้องรัก (ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลีนะเออออ ) ถึงความหนาแน่นหรือพื้นที่ในการคล้องกุญแจจะไม่แออัดมาก แต่ฟีลลิ่งมันมาอยู่นะ ..

19

เซลฟ์ฟี่นะคะ (กับตาช้ำๆ ) หวังว่ารูปเจ้าของแอดมินจะไม่เยอะไปนะ ..  ถือเป็นการส่งต่อรูปและเรื่องเล่า บอกว่าความคิดถึงที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพเดทบล๊อกละกันเนอะ

21

ส่งท้ายกับเมืองโคเปนเฮเก้นในรูปนี้  เด่วอีก 2 วันบินมาอีก ตามตารางบินเราจะเรียกว่า CPH back to back ซึ่งแปลว่าเมื่อเราบินไฟลท์หนึ่ง กลับมาโดฮาแล้วมีออฟ  แล้ววัดถัดไปก็บินไฟลท์เดิมอีก  ครั้งนี้รอสเตอริ่งใจดี้ดีส่งโคเปนมาให้   บอกลูกเรือในไฟลท์ทุกคนถึงกับกรอกตาบนรัวๆ

22

ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นง่ายๆ   เป็นร้านอาหารเอเชียนแบบ Grab to go กล่องละประมาณ 180฿ เป็นเเบบตักราด3 อย่าง    กับข้าวหลักที่จะมีเช่น บะหมี่ผัด ข้าวผัด แกงกะหรี่ไก่  ปลาหมึกทอดต่างๆ   อยากบอกเล่าสิ่งที่เราเห็น คือ ถึงแม้จะเป็นร้านที่ดูธรรมดามาก ขายอาหารกล่องในราคาถูก (เมื่อเทียบกับค่าครองชีพบ้านเค้า) แต่ถือว่าเป็นอีกร้านที่มีการตลาดดี และค่อนข้างโดดเด่นเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ ในระแวกนั้นมาก  คนต่อแถวเยอะ เห็นแล้วก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจดี

1245581o22iivtk33

23

และกับโคเปนอีกรอบที่ไม่ได้ออกไปไหนเลย  มีโอกาสได้เห็นวิวนี้จากห้องนอน  (ข้างหลังเป็น Copenhagen Old Town)   ถึงภาพมันดูเย็นๆชาๆ ถึงแม้จะไม่ได้ย่างก้าวออกไปไหนเลยถึงแม้จะนั่งอยู่เงียบๆ ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ กับคอมพิวเตอร์เพียงหนึ่งตัว (กำลังนั่งเขียนไดอารี่เล่าเรื่องไปเรื่อย)แต่เห็นภาพนี้แล้วแต่รู้สึกมีความสุขแบบบอกไม่ถูก  สุขที่กำลังจะได้ส่งต่อเรื่องราวให้คนอื่นได้อ่าน เสมือนดึงผู้อ่านได้ร่วมเข้ามาในเหตุการณ์ด้วย

เราเองซึ่งเคยสงสัยเหมือนกันว่าความสุขในชีวิตของแต่ละคนเป็นยังไง
บางคนอยากรวย บางคนอยากมีนู้นนั่นนี่ บางคนอยากประสบความสำเร็จในชีวิต จนมองข้ามจุดเล็กๆไป
หากเพียงแต่บางคนแค่ได้ดูแลคนที่รัก ได้เห็นภาพคนจูงคนแก่ข้ามถนน ได้กินของอร่อยที่ชอบ บางครั้งก็กลับก็มีความสุขแล้ว

การเริ่มจากมองเรื่องเล็กๆ ง่ายๆ ให้เป็นความสุข แล้วสะสมไปเรื่อยๆ จนมันเป็นก้อนที่โตขึ้นๆ 
เชื่อว่ามันจะกลายเป็นดัชนีวัดความสุข ที่เป็นเหมือนไฟคอย Drive ให้เราไปสู้เป้าหมายที่เราตั้งกับตัวเองเอาไว้  ได้อย่างสวยงามและในเวลาที่เหมาะสมค่ะ 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s