เทคนิคการเขียน Essay ให้โดนใจกรรมการ (Online Application)

64143253_64143252-300x168
เอนทรี่นี้มา CR วิธีเขียน เรียงความอย่างไรให้โดนใจกรรมการ  กรณีการสมัครแอร์สายการบินนั้น เรียกผู้สมัครร่วมสัมภาษณ์โดยผ่านระบบออนไลน์ก่อน

Process  การสมัครเเอร์ฯ เป็นดังนี้

1. กรอกข้อมูลส่วนตัว Online  เมื่อได้รับเรียกแล้ว บริษัทจะส่ง E-mail กลับมานัด  วัน เวลา และสถานที่ที่จะรับสมัคร (ส่วนใหญ่รอประมาณ 1 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่แต่ละสายการบินนะ)

2. รอบแรกวัด First Impression  ยื่น Resume ไปตามวันที่ถูกนัดสัมภาษณ์ พูดคุยแนะนำตัวสั้นๆ

3 .ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง หรือ เอื้อมแตะ

4. สอบข้อเขียน  (เขียนเรียงความ หรือข้อสอบช้อยส์)

5. อภิปรายกลุ่ม (Group Discussion)

6. สัมภาษณ์เดี่ยว (Final Interview)

 

 

ปกติแล้วสายการบินที่รับลูกเรือโดยให้ส่งเอกสาร Online ก่อน เช่น  Qatar Airways , Singapore Airline , Etihad Airways , Asiana Air , Korean Air  และอื่นๆ  จะให้ผู้สมัครเข้าไปกรอก หรือ Upload  Resume Online  พร้อมกับมีคำถามให้ผู้สมัครตอบสั้นๆ เช่น

1. ทำไมสายการบินต้องเลือกคุณ  (งานโฆษณาขายตัวเองมาแล้วววว)

2. ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า

3. ทำไมถึงอยากร่วมงานกับสายการบินเรา

 

Process ทุกขั้นตอนในการสมัครแอร์มีความสำคัญหมด   หัวใจหลักของอาชีพแอร์คือ บุคลิกภาพและภาษา

บุคลิกภาพที่ดี เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราสร้าง First Impression เพื่อผ่านไปสู่รอบต่อไปได้

ส่วนภาษาอังกฤษสำคัญเช่นกัน

การพูด การฟัง (ใช้ตอน Final Interview)   

การ อ่าน การเขียน (ใช้ตอนข้อเขียน หรือ Essay)

 ใครที่ช่วงนี้กำลังฝึกภาษาอังกฤษฝึกให้ครบทุกทักษะนะ ทั้งการฟัง การพูด การ อ่านและการเขียนเลย

หลายๆ คนผ่านการคัดเลือกรอบแรก แต่ไปตกการสัมภาษณ์รอบข้อเขียน โดยที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร   เป็นเพราะฉันเล่าเรื่องไม่ดี ? เรื่องฉันไม่น่าสนใจพอ?  ฉันทักษะการเขียนไม่ดี?  ฉันสะกดคำผิด? ทัศนคติฉันไม่ดี?

 

 

1245581o22iivtk33

 

 

สรุปหลักการเขียน Essay ที่ดี ควรมีดังนี้ 

1. Essay ที่ดีควรมี 3 Part  คือ เกริ่นนำ  เนื้อหา และสรุป

2. อย่าเขียนล่องลอย น้ำเยอะเนื้อน้อย เราต้องเน้น เนื้อๆ เน้นๆ  ใช้ 7 Key Questions :  Who, What, Why, When, Where, How, How Much?   แต่เวลาทำข้อสอบ เวลาจำกัด  พยายามเล่าเรื่องและตอบทั้งตัวเองและผู้อ่าน    เล่าให้เห็นภาพว่า “ใคร ทำอะไร ที่ไหน และอย่างไร”   แล้วตบท้ายสรุปสวยๆว่า เราได้รับประโยชน์ หรือข้อคิดจากเหตุการณ์นั้นๆก็พอแล้ว  เท่านี้ก็ผ่านฉลุยแล้วจ้า  

 

3. ทัศนคติในการเขียน “สำคัญมาก” สำคัญยิ่งกว่า เรื่องที่เราเล่าไปอีก   ลองนึกภาพตามดูนะ ว่า ผู้สมัครผ่านเข้ามารอบข้อเขียนกว่า 100 คน กรรมการ 2 คน มีเวลาตรวจข้อสอบทุกคนภายในเวลาแค่ 20 นาทีได้อย่างไร  นั่นเป็นเพราะว่า  กรรมการไม่ได้อ่านเนื้อหาทั้งหมดที่เราเขียน  แต่เค้าใช้วิธีอ่าน Scan หรือ Skimming  จับเฉพาะใจความสำคัญที่เราต้องการจะสื่อ พร้อมทั้งดูว่าทัศนคติของเราเป็นไปในทิศทางแนวไหน

4.ไม่ควรสะกดคำผิด (ก่อนส่งกระดาษข้อสอบ  Check Spelling ดีๆนะ)

5. ทุกเรื่องที่เขียนต้อง Base on TRUE story .  เราสามารถแต่งหรือ Make เรื่องเล่าขึ้นมาได้   แต่ห้ามโอเว่อร์เกินจริงและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงนะ (เดี๋ยวมีตัวอย่างเล่าให้ฟัง)

6. ภาษาที่ใช้ คำศัพท์ที่ใช้ ไม่จำเป็นว่าต้องเริ่ดหรู  ขอให้ถูกหลักแกรมม่าเป็นพอ (แต่ถึงเขียนไปแล้วผิดหลักแกรมม่า  ผิดได้ แต่อย่าผิดเยอะจนน่าเกลียด)  เช่น ถ้าหากกำลังเล่าเรื่องที่เป็นเหตุการณ์ในอดีตอยู่ ก็ พยายามเตือนตัวเองว่า  “ต้องใช้ Past Tense” อย่าเผลอใช้ Present Tense หรือ Future Tense .  ใช้ศัพท์ง่าย ๆ ได้เลย  เช่น  Today , I’m going to school.หรือ Yesterday , I went to school.

 

 

 

ลองยกตัวอย่างง่ายๆ เลยนะ (จะได้มีไอเดีย และนึกภาพออกกันมากขึ้น)

ยกตัวอย่าง ข้อสอบ Essay จากสายการบิน Etihad ที่สายการบิน ให้ส่ง Online Application ก่อน โดยให้เขียน Essay  (ฉบับโครตยาว ในระบบบอกว่าเขียนได้ถึง 4000 คำ แต่ตอนจะส่งจริง มันคือ Max 500 words  เพราะฉะนั้นเรื่องที่เขียน ต้องเน้นเนื้อๆ อย่าเยิ่นเย้อนะ)

คำถามคือ แล้วจะรู้ว่า  Essay ที่เราเขียนไปคือกี่ Word แล้ว   ใช้โปรแกรม Microsoft Word ในการเขียนร่าง เวลาที่เราพิมพ์เหลือบดูจอ ทางด้านล่างซ้าย มันจะขึ้น สถานะว่าตอนนี้เราพิมพ์ไปกี่ Word แล้ว )

ต้องตอบคำถาม 2 ข้อคือ

1.Please give one specific example from your past experience when you have worked as part of a really good team. Describe the situation, your role, what happened, and what the result was.  คือ ให้เล่าเรื่อง การทำงานเป็นทีมที่ดี

 

 ** อันนี้เล่า เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งหมดเลย แต่ในส่วนข้อ 2 Make ขึ้นมานะ **

I have gained a lot of valuable experiences during working as a cabin crew for Oman Air for 2 years until now. On that day I did a full flight flying from Muscat to London. The schedule time that supposed to depart  was 12.00. Unfortunately , Our flight was delay for half and hour because we were waiting for some transit passengers from Kathmandu and the rest of passengers were on board an aircraft already.

 ฝนทำไฟลท์ (ผู้โดยสารเต็มลำ )  จากมัสกัตไปลอนดอน  ซึ่งขณะนั้นเวลาเครื่องที่ควรจะออก คือ ตั้งแต่ตอนเที่ยง แต่ปรากฏว่า  เราต้องรอผู้โดยสารทรานซิทที่เปลี่ยนเครื่องเดินทางมาจากกาตมันตุ (เนปาล) ทำให้เครื่องบินออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด  ทั้งๆ ที่ ผู้โดยสารที่เหลือนั่งรออยู่บนเครื่องบินแล้ว

 

 

It was the summer. We expected the passenger from Kathmandu will come in 30 minutes as the captain said. But it would not!  the passenger  keep waiting more than 50 minutes.It was so hot in the aircraft. The passenger got a bit upset and keep asking me “When we gonna leave? , The Air conditioner doesn’t work?” By the time I brought some water and nut for  them to enjoy ,smile to them and said politely “We got information from caption that we leaving soon and the AC doesn’t work because the engine still shut off sir.”

 มันคือหน้าร้อน  (และหน้าร้อนเมืองแขก ร้อนมาก ร้อนแบบไม่ไหวแล้วโว้ย! อันนี้เขียนเติมเอง 55555 )  เราคาดการณ์ไว้ว่าผู้โดยสารจากกาตมันตุจะมาถึงภายใน 30 นาทีอย่างที่กัปตันได้ประกาศไว้ แต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่เป็นเช่นนั้น   เรายังคงรอผู้โดยสารมากกว่า 50 นาที  และขณะนั้นอากาศร้อนมาก  ผู้โดยสารเริ่มโมโหและถามฉันว่า  เมื่อไหร่เครื่องจะออก?  แล้วทำไมแอร์ถึงร้อน? และในขณะเดียวกับฉันก็พยายาม นำน้ำและของว่างไปให้ผู้โดยสารทานเล่นเพื่อที่ผู้โดยสารจะไม่กินหัวฉัน!  ฉันยิ้มและตอบกลับไปอย่างสุภาพว่า  กัปตันแจ้งว่าเครื่องใกล้จะออกแล้ว ส่วนที่แอร์ไม่ทำงานนั้น เหตุเป็นเพราะ เครื่องยนต์ยังคงปิดอยู่ 

Then we were about to depart but the caption just found that there was some technical problem from the front of control panel at the cockpit. We had no idea that how long the engineer will fix this. Then the supervisor decided  to disembark passenger and let them wait at the gate.

 ขณะที่เครื่องกำลังจะออกแล้ว กัปตันเพิ่งพบว่า เครื่องบังคับแผงการบินในส่วนหน้า มีปัญหา และเราไม่สามารถรู้เลยว่า วิศวกรรมจะต้องใช้เวลาในการซ่อมเครื่องยนต์นานเท่าใด  เพราะฉะนั้นหัวหน้าเลยตัดสินใจว่า จะทยอยนำผู้โดยสารออกจากเครื่องบินก่อน และให้ผู้โดยสารนั่งรอที่อาคารโดยสาร (เพื่อความสะดวกสบายกว่า)

 

 

Luckily we took only one hour then we starting boarding passenger again. We were on the runway everything seem like going smoothly. Suddenly there was a indian family was very very angry and shouting at me “WHEN WE CAN GO?  LONG TIME WE WAIT,CALL THE CAPTION NOW ” and start to vote “WHO ARE NOT HAPPY WITH THIS SITUATION”  I said  “We going to taking off now sir , all the problem had been solve  and safe to fly  just have a seat and fasten seat belt” I tried to calm him down but it won’t work. I did not reply in bad way because I always think we should not use negative emotions to solve the problem.  It’s only make the situation getting worse.

 มันเป็นความโชคดี ที่วิศวกรใช้เวลาเพียง 1 ชม. ในการแก้ปัญหา   เราจึงทำการต้อนรับผู้โดยสารขึ้นครื่องบินอีกครั้ง.  ทุกอย่างดูเป็นไปได้ด้วยดี เครื่องบินกำลังแล่นอยู่บนรันเวย์  เตรียมทะยานขึ้นสู่ฟ้า และในขณะนั้นเองมีครอบครัวชาวอินเดียกลุ่มหนึ่ง มีท่าทีไม่พอใจ และโมโหมากๆ  จนเริ่มตะโกนใส่หน้าฉันว่า  เมื่อไหร่เราจะได้ไป? ต้องรออีกนานแค่ไหน ( คือตอนนั้นกลัวมากอ่ะ เพราะเป็นครั้งแรกที่เจอผู้โดยสารด่ากราด ยืนชี้หน้าด่าเรากลาง Cabin ต่อหน้าผู้โดยสารคนอื่นๆทั้งลำ)   ผู้โดยสารคนนั้นพยายามจะโหวตขอความเห็นคนอื่นว่า  มีใครไม่โอเค ไม่แฮปปี้กับเหตุการณ์นี้บ้าง?    ฉันเลยพยายามควบคุมสถานการณ์และตอบกลับไปว่า  เราจัดการปัญหาทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เครื่องบินกำลังจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า รบกวนช่วยกลับไปยังที่นั่ง แล้วนั่งรัดเข็มขัด  (ได้โปรด กราบบบ)  ฉันพยายามที่จะทำให้ผู้โดยสารคนนั้นใจเย็น โดยไม่ตอบหรือใช้คำพูดในทางที่หยาบคาบ เพราะฉันคิดเสมอว่า เราไม่ควรปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เพราะมันคือสิ่งที่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก (เขียนอวยตัวเอง เป็นจุดเรียกคะแนน )

The supervisor coming to talk to their family. They both upset and the indian guy spoke in hindi which was mean “I WILL KILL YOU”. It being a big problem because we concerned it as a threat. We were report to caption and decided to get the plane back at the gate and sent indian family to the security department  which was took time at least 2 hours.

สรุปเครื่องก็ยังออกไม่ได้  จนต้องเรียกหัวหน้ามาคุยกับผู้โดยสารท่านนั้น . เกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสารขึ้น จับใจความถึงคำพูดที่หนุ่มอินเดียพูดได้ว่า  “กูจะฆ่ามึง!”  (* เพิ่ม ตอนนั้นเหตุการณ์น่ากลัวมาก  เพราะข้างหลังมีแต่ลูกเรือที่เป็นผู้หญิง  อินเดียคนนั้นก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะโกนแหกปากเหมือนคนบ้า  แล้วหัวหน้าเราไฟลท์นั้นเหมือนเจอแรงกดดันจากไฟลท์มาเยอะ  ความจริงแล้วจะต้องพยายามพูดดี เพราะยังไง ผู้โดยสารก็คือแขก แต่วันนั้นหัวหน้าสติแตก พูดใส่หนุ่มอินเดียไปว่า  “มึงไม่อยากไปหรอ งั้นก็ลงจากเครื่องไปเลย”  พี่อินเดียถึงได้หัวฟัดหัวเหวี่ยงจะขู่ฆ่าเลย)   เพราะฉะนั้นจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเราถือว่ามันคือ การขู่ฆ่า  เราจึงได้นำเรื่องนี้ไปแจ้งกับกัปตัน  กัปตันจึงตัดสินใจนำเครื่องบินกลับไปยังลานจอด และเราก็ได้ทำการ Offload ส่งครอบครัวอินเดีย ให้กับฝ่ายแผนกรักษาความปลอดภัยดำเนินการต่อไป   ซึ่งทำให้ไฟลท์ล่าช้าไปอีกกว่า 2 ชม.   (เผื่อใครสงสัย  ที่ต้องทำการ Offload ผู้โดยสารอินเดีย และยอมเสียเวลากว่า 2 ชม. เพื่อคนคนเดียว เนื่องจาก เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า  7 ชม. ที่เรากำลังจะบินไปลอนดอน หนุ่มคนนี้จะเกิดคึก อะไรขึ้นมาอีกรึเปล่า เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เหลือคือ นำหนุ่มคนนี้ออกจากเครื่องซะ  วันนั้นกัปตันตันสินใจดีมาก)

During the flight I did a very good service because I knew that the passenger were so hungry and tired. After the service was done ,  we asked the opinion from passenger to wrote the situation. They wrote about the whole situation and admired that all the crew did a good job, good teamwork and great handling situation! and later I also got the complement letter from the company as well. It was one of the memorable flight that I was very proud of my job to being a professional cabin crew.

ระหว่างที่เราบริการอาหารเครื่องดื่มและอาหารบนไฟลท์   เราพยามทำอย่างดีที่สุดเพราะเรารู้ว่าผู้โดยสารจะต้องหิวและเหนื่อยเป็นอย่างมาก (ก็เล่นดีเลย์เป็น 5 ชม. เลยอ่ะเนอะ บินอีก 7 ชม. แต่งานนี้แอร์เหนื่อยสุด)   หลังจากที่เราบริการเสร็จ พวกเราได้ถามถึงความคิดเห็นของผู้โดยสารที่มีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้  ผู้โดยสารเขียนชื่นชมลูกเรือในไฟลท์ว่า  ทำงานกันได้ดีมาก มีการทำงานเป็นทีม และสามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างดีเยี่ยม   หลังจากจบไฟลท์นี้ฉันเองก็ยังได้รับจดหมายชมจากบริษัทอีกด้วย  ถือเป็นอีกหนึ่งไฟลท์ที่น่าจะจดจำและรู้สึกภูมิใจในตัวเองว่า การทำงานเป็นลูกเรือที่มีคุณภาพเป็นอย่างไร

หยิบเอาทริคการเขียนเอสเสที่ดี

1.ใครทำอะไร ที่ไหน และอย่างไร

จับใจความจากเรื่องที่อ่าน อย่างสั้นๆ ได้ว่า

ฝนบินไฟลท์ลอนดอน

อากาศร้อน แผงบังคับการบินมีปัญหา

เครื่องดีเลย์ไปหลายชม. ทำให้ผู้โดยสารไม่พอใจ

เกิดปัญหา ผู้โดยสารชาวอินเดีย มีการขู่ฆ่าเกิดขึ้น

แต่สุดท้ายแล้วลูกเรือ ทำงานร่วมกันเป็นทีม

สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

และผลลัพธ์ออกมาในทางที่ทุกคนพอใจ

2. มีเกริ่นนำ เนื้อหา และสรุป

สุดท้ายว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร   เราเรียนรู้การทำงานเป็นทีมอย่างไร (สิ่งที่โจทย์ถามและกรรมการอยากอ่าน Keyword คือ Teamwork

3.ทัศนคติในการเขียน  : พยายามเขียนใส่ไปใน Essay   กรณีตัวอย่างคือเช่น

– การใช้สติในการพูด ไม่ใช่อารมณ์กับผู้โดยสาร เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่

– ห่วงใย และอยากดูแลผู้โดยสาร ถึงแม้ว่าเราจะเหนื่อยเช่นกัน

– ความปลอดภัยสำคัญที่สุด

4. Check Spelling  ข้อดีของการส่ง Online เพราะเรามีเวลาได้นั่งแต่งประโยค นั่งคิดคำสวยๆ พร้อมทั้งพิมพ์ไม่ผิดแน่นอน เพราะคำไหนไม่มั่นใจก็เปิด Dictionary เอามาสะกดอย่างไร

5. Grammar  ภาษาที่ใช้ไม่จำเป็นต้องสวยเริ่ดหรู ขอเพียงแค่อ่านแล้วเข้าใจได้ทั้งสองฝ่าย ถ้าลองสังเกตดูฝนใช้ Grammar ผิดเยอะมาก แกรมม่าห่วยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว บางครั้ง ใช้ They was , หรือ They were ก็ยังไม่แน่ใจ  แต่ไม่อยากให้ไปซีเรียสมาก เอาให้เนื้อหาสำคัญที่สุดก็พอค่ะ

 

 

1245581o22iivtk33

 

 

 

2. Please give one specific example from your past experience when you have provided excellent customer service. Describe the situation, what you did, why you did it, and what the result was คือ ให้เล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับงานด้านบริการที่ดี

** ข้อนี้ คือเรื่องที่ Make ขึ้นหมดเลย เรื่องจริงมีแค่ เคยฝึกงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ กับสายการบินอีว่าแอร์ **

I used to be an intern at EVA Airways in Suvarnabhumi Airport in 2011

          On that day I went back to office after my flight had finished but the flight to London was just open to check in. While I was walking through I saw a family waiting to check in and their children were crying. The mother looked really frustrated because the children did not seem to stop crying and their also had a lot of luggage.I decided to go up to her and asked that “Sorry,mam is everything alright?” She asked me “Is there any Mcdonald’s around here? My daughter is crying because she wants to eat a happy meal  “I told her” Certainly ,but it’s quite far from here. “The mother scolded at the girl that although she bought it she wouldn’t finished eating before the flight was departed.

     However, the girl was still frantic to eat and began to cry more and loudly so they began to quarrel until it started to bother another passengers. After that the girl’s mother turned to ask me that “Is there any Mcdonald’s inside?  “I said that “There’s just a Burger King” The girl was frantic again and said no! Then her mother scolded the girl because the girl woke up late and that might made them miss the flight.

So I offered ideas that I would go to buy a happy meal for them because I just finished my shift. The girl’s mother was too timid so she said never mind also the girl pulled my skirt. So I told them that I was free and more than happy to help.

Before I walked away I said to the girl “If you can stop crying I will get you a happy meal” After I came back the girl was very happy as of the parent was very busy with checking in. I walked to ask the parent to allow me to take care of the girl to sit near the front of check in counter. When the parent had completed checking in they came back to say thanks to me and told me that  “If we didn’t get any help from you. It would be a very busy day “I smiled to them and suggested to them that they can join the shorter queue at the immigration as they were travelling with children. Before they left I said “Wish you have a nice flight”. And They said thank you very much.

          The next day,my supervisor told me that “Yesterday there was a family at the gate said thank you to you and admired you. I felt really proud of myself.

 

 

หยิบเอาทริคการเขียนเอสเสที่ดี

1. ใครทำอะไร ที่ไหน และอย่างไร

ฝน เคยฝึกงานช่วงปิดเทอมที่สนามบินสุวรรณภูมิ กับสายการบินอีว่าแอร์

หมดกะทำงานตัวเองแล้ว กำลังจะกลับบ้าน

เห็นครอบครัวหนึ่ง กำลังทะเลาะกัน เนื่องจากลูกสาวร้องไห้อยากกิน แมคโดนัล

เราเลยอาสาว่าจะช่วยไปซื้อแมคโดนัลให้

ผลลัพธ์สุดท้ายแล้วคือทุกฝ่ายพอใจ

2. มีเกริ่นนำ เนื้อหา และสรุปสุดท้ายว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร 

(สิ่งที่โจทย์ถามและกรรมการอยากรู้ Keyword คือ Excellent Customer Service )

 3.ทัศนคติในการเขียน  : พยายามเขียนใส่ไปใน Essay   กรณีตัวอย่างคือเช่น

– ขอนี้ฝนพยายามขายตัวเองว่า เราเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่งานของเรา (Extra Mile)  โดยการอาสาไปซื้อเบอร์เกอร์ให้เด็ก และ ดูแลเด็กให้ในขณะที่พ่อแม่กำลังวุ่นวายกับการเชคอิน   **บอกใบ้นิดว่า กรรมการชอบอะไรแบบนี้มาก  เพราะสังคมการทำงานบนเครื่องบินจริง  การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น หลังจากที่เสร็จงานของตัวเอง เป็นสิ่งที่ดีมาก  เวลาสัมภาษณ์ถ้าเล่าอะไรก็ตามที่เก็บ Point นี้ได้  โอกาสคว้าปีกมาครองอยู่ไม่ไกล**

 

4. Check Spelling  และ Grammar

 

 

1245581o22iivtk33

 

 

 

writing-novel

 

ต่อไปคือจะยกตัวอย่าง  และไกด์ไลน์คำตอบให้คร่าวๆ ที่เหลือต้องลองไปคิดแต่งเติมเรื่องราว ของตัวเองกันดู

   ** คำถามทุกข้อเอาไปประยุกต์ตอบใช้กับรอบไฟนอลได้หมด เวลาเอาไปเล่ารอบไฟนอล ก็เล่าใส่น้ำเสียง ให้ได้ Feeling กรรมการได้มาอารมณ์ร่วมเหมือนอยู่กับเหตุการณ์นั้นไปด้วย จะดีมากๆ **

1.What would you like to change in your life. Why and how do relate to become a crew member ?

อยากจะเปลี่ยนเป็น เรียนแผนศิลป์ภาษา เพราะตอนเด็กอยากเป็นหมอฟัน เลยเลือกเรียนแผนวิทย์มาตลอด แต่เพิ่งมารู้ตอนมหาลัยว่าตัวเองอยากเป็นแอร์  เลยพยายามที่จะฝึกภาษาด้วยตนเอง  เขียนบรรยายขายตัวเองไปได้เลย ว่าเราฝึกภาษาอย่างไรบ้าง  เรามีความพยายามนะ ว่าไป ..  เพราะเราคิดว่า ภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญในการจำเป็นลูกเรือเพราะเราต้องทำงานกับลูกเรือหลากหลายสัญชาติ บลาบลาบลา

2. Have you ever lie in your life ?

เคย .. เคยโกหกแม่ว่าจะไม่สมัครงานด้านสายการบิน เพราะ  เป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน และแม่มีความเข้าใจว่าการทำงานด้านการบินมีความเสี่ยง โอกาสเครื่องบินตกมีสูง  เลยได้แต่แอบแม่ไปสมัครแอร์มาตลอด (เรื่องจริงคือ  แม่โอเคดี เป็นห่วงบ้างช่วงแรกๆ แบบกลัวเครื่องบินตก แต่ตอนนี้นางชิวมาก เพราะได้เที่ยวไปด้วย)

เล่าขายตัวเองไปได้เลยว่า  งานแอร์เป็นงานที่ฉันอยากทำ อยากจะเรียนรู้วัฒนธรรม เปิดโลกกว้าง บลาบลา ฉันเลยพยายามพัฒนาและฝึกฝนตัวเอง ให้เป็นไปในตามคุณสมบัติของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ดีต้องเป็นอย่างไร  ฉันจึงได้รู้ว่ามาจริงๆแล้ว หน้าที่หลักของแอร์ คือ การดูเเลความปลอดภัย (ดูแลทั้งความปลอดภัยของตัวเองและผู้โดยสาร)  เมื่อฉันรู้เช่นนี้แล้ว ฉันจึงเอาความรู้นี้มาเล่าให้แม่ฟัง แล้วค่อยๆ ปรับความเข้าใจ และบอกถึงเหตุผล แม่จึงเข้าใจ

สุดท้ายแล้วฉันก็สามารถพิสูจน์ในแม่เห็นได้ว่า ฉันรักในเนื้องานนี้จริงๆ และสามารถทำมันได้ดี  

(มี 3 Part ในการเขียนเอสเสที่ดี   คือ เกริ่นนำ เนื้อหา และสรุป)

3.What is the misunderstanding at work ? How do you handle it and what you learn from it ?

4.Tell us about the most challenging situation?

** อันนี้เรื่องจริง **

สมัยที่เพิ่งเริ่มบินได้ประมาณอาทิตย์แรก  มีบินไปเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน แต่ด้วยสภาพอากาศที่เลวร้าย หมอกลงหนาจัด ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องบินลงจอดได้  เลยต้องเปลี่ยนเส้นทางการบินไปยังเมือง ลาฮอร์ (ประเทศปากีเช่นกัน) แทน    แล้วจอดพักเครื่องที่เมืองลาฮอร์ประมาณ 3 ชม.  เมื่อสภาพอากาศดีขึ้นจึงค่อยบินกลับไปส่งผู้โดยสารยังการาจี 

ย่อหน้าที่สองคือ เราทำอะไรในไฟลท์นั้นไปบ้าง  เขียนขายตัวเองได้เลยว่า   เมื่อไฟลท์ดีเลย์  ฉันเข้าใจว่าผู้โดยสารจะต้องหิวและเหนื่อย และมันไม่ใช่ความผิดผู้โดยสารเลย เพราะปัญหาสภาพอากาศที่เลวร้ายเป็นเรื่องที่เหนือการควบคุม   ฉันเลยพยายามให้บริการอย่างดีที่สุด  (ตอนนั้นมีอะรก็เอาไปเสริ์ฟ  จนหมดเกลี้ยงไม่เหลือเลย)  แต่สิ่งที่ท้าท้ายที่สุดในชีวิตฉันคือ  ก่อนที่เครื่องกำลังลดระดับสู่เมืองการาจี  ฉันนั่งอยู่ที่ครัวด้านหลังคนเดียว และทันใดนั่นเองได้ยินเสียงดัง “โครม”  จึงพบว่า มีผู้โดยสารเป็นลม หมดสติ นอนฉี่แตกอยู่หน้าห้องน้ำ  (ตอนนั้นเพิ่งเริ่มบินได้ อาทิตย์เดียวเอง ทำอะไรไม่ถูก ตกใจมาก นึกว่าผู้โดยสารจะมาตายต่อหน้าซะเเล้ว)  ฉันตกใจมาก  แต่ก็พยายามรวบรวมสติว่าจะต้องช่วยชีวิตผู้โดยสารคนนี้  จึงได้ทำการซีพีอาร์ปั๊มหัวใจ  ให้ออกซิเจนโดยเครื่องให้ออกซิเจน จนผู้โดยสารฟื้น และคอยดูแลจนกว่าเครื่องบินจะถึงสนามบิน

หลังจากนั้นเขียน Part สรุปขายตัวเองต่อได้อีกพ้อยส์ว่า   จากเหตุการณ์นี้ทำให้ฉันได้รู้ว่าการควบคุมสติ และความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลชีวิตเบื้องต้น (First Aid Training) นั้นสำคัญอย่างไร บลาบลาบลา

5.Have you ever face with the cultural awareness ?

** อันนี้เรื่อง Make ** Based on TRUE Story แค่ว่า ไปเที่ยวเมืองจีน

เคย ..  เอาสั้นๆ นะ  ว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

ตอนนั้นไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน

วันนั้นอากาศร้อนมาก เหลือบไปเห็นหญิงชรา จีน กำลังจะเป็นลม

เราเลยเข้าไปช่วย พยุง แล้วโอบตัวไว้

แต่หญิงจีนคนนั้น สะบัดแขนเราออกอย่างแรง แล้วบอกว่าอย่ามาจับ!

เราก็ได้แต่ตกใจ เลยเก็บเรื่องนี้มาถามไกด์ทัวร์ว่าทำไมเป็นเช่นนี้

ได้คำตอบมาว่า วัฒนธรรมคนจีน ผู้สูงอายุจะไม่ชอบให้คนอายุน้อยมาจับตัว เพราะถือว่าไม่เคารพ

เขียนตอบต่อไปได้เลยว่า  เราไม่ได้ตัดสินใจตอนแรกทันทีว่ามันคือสิ่งที่หยาบคาบ

เพราะวัฒนธรรมเมืองไทย การเข้าไปช่วยเหลือ คนอายุเยอะกว่าคือสิ่งที่ดี

พยายามคิดหาเหตุผล  และในท้ายที่สุดว่า มันคือความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม

เราไม่สามารถตัดสินได้ว่า สิ่งที่ดีในประเทศนั้น คือวัฒนธรรมที่ไม่ดีในประเทศเรา

** พยายามเขียนสื่อถึง ทัศนคติว่า เราเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมในแต่ละประเทศ  อ่านแค่นี้ กรรมการก็เข้าใจแล้วว่าเราสามารถ ทำงานร่วมกับลูกเรือต่างสัญชาติกว่า 100 สัญชาติได้ **

เท่านี้ก็ผ่านฉลุยไปทำกรุ๊ปต่อแน่นอน

6.What is the most dissapointment in your life ?

7. Who is the most inspiration person ?

8. What is the biggest decision in your life?

9.What is the most accomplishment thing in your life?

10. Have you ever made mistake at workplace , How did you deal and what you learn from that ?

 

อยากให้นับตั้งแต่วันนี้ ฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ในทุกๆด้าน ทั้งการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน  ลองเอาคำถามที่ไกด์ไลน์ไว้ให้  มาคิดคำตอบประยุกต์กับเรื่องตัวเอง  “ถ้าฉันโดนถามแบบนี้ ฉันจะเขียนตอบ เขียนเล่าเรื่องว่าอย่างไร”   คำถาม Essay ส่วนใหญ่ก็จะวนๆ อยู่ประมาณนี้ล่ะค่ะ   ความผิดพลาดที่เจอ?  ความเสียใจที่สุด ? ความดีใจที่สุด?  บุคคลตัวอย่างเป็นใคร?

แต่ห้ามลอกเรื่องราวเด็ดขาด (แต่เอา Idea ไปใช้ได้) เพราะเรื่องของแต่ละคน มันมี Plot เรื่องที่ไม่เหมือนกัน ถึงเวลาเอาคำตอบพวกนี้ไปใช้ตอบคำถามในรอบไฟนอลได้  แต่สุดท้ายถ้าเราเล่าเรื่อง (ที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง) ให้กรรมการฟัง  ยังไงมันก็ดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่ดี (กรรมการเค้าจับไต๋ออกนะ)

1245581o22iivtk33

เอนทรี่นี้เขียนสนุกมากๆ  เพราะรู้สึกว่าได้แชร์ประสบการณ์ ส่งต่อเรื่องราวใน Part ที่เราถนัด    เราชอบ Part Essay ที่สุดในการสมัครแอร์แล้ว  เพราะตั้งแต่สมัครแอร์มาทุกสายการบิน ฝนไม่เคยตกรอบ Essay เลย ภูมิใจ๊ ภูมิใจ (แต่รอบอื่นตกมาแล้วหมดเลยนะ)  เลยไม่เคยมีโมเม้นต์ที่ช้ำใจเพราะข้อสอบรอบข้อเขียน  ส่วนใหญ่จะไปช้ำใจเพราะตกรอบแรก หรือไม่ก็ไปตกเอารอบกรุ๊ป  หรือรอบสุดท้ายเลย  สรุปคือตกมาแล้วทุกรอบ  หลากหลายสนาม  ประสบการณ์เลยแน่นเอี๊ยด

เอาล่ะหมดแล้วน้า หวังว่าเอนทรี่นี้คงประโยชน์กับน้องๆ ที่กำลังล่าปีก  ฝนเป็นกำลังใจให้ เพราะเราเคยมี Moment นั้นและผ่านจุดนั้นมาก่อน รู้ว่ามันยากไหนกว่าจะคว้าแต่ละปีกมาได้   แต่เชื่อว่ามันไม่ยากเกินความพยายาม และการเตรียมพร้อมที่ดีแน่นอน สู้ๆ  

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s